ระบบควบคุมในการกระจายและเข้าถึงข่าวสาร การประกาศ

วันเสาร์ที่ 19 กันยายน พ.ศ. 2558

django cms #2 Templates & Placeholders

ไม่มีความคิดเห็น :
    Template เป็นหน้า html ส่วน Placeholder เป็นพื้นที่ที่เราจัดสรรให้ plug-in แสดงการทำงานบนหน้า html ตัวอย่างเช่น

    จากรูปด้านบนดูในมุมมอง structure mode มี 2 placeholder ได้แก่ FEATURE กับ CONTENT ซึ่งทั้ง 2 placeholder นี้มี plug-in ต่างๆอยู่ภายใน  ถ้าเรากดปุ่มเมนูตรงมุมขวาบนของ placeholder จะเห็นรายการ plug-in รวมอยู่ด้วย  ซึ่งเราสามารถเลือก plug-in ลงไปใน placeholder ได้

    ขั้นตอนต่อไปให้เราเข้าไปที่ tutorial-project\mysite\templates แล้วเปิดไฟล์ feature.html ขึ้นมาเราจะเห็น {% load cms_tags %} โดย cms_tags เป็นไฟล์ที่ถูกเรียกใช้อีกทีนึง
    ต่อมาเป็น {% placeholder "feature" %} และ{% placeholder "content" %} ซึ่งทำให้ placeholder feature กับ content ปรากฎบนหน้าเว็บเรานั่นเอง

Static placeholder
    ในเว็บมีหลายหน้ามีเนื้อหาบางส่วนที่แสดงเหมือนกันในทุกหน้าเว็บ ดังนั้น static placeholder คือ placeholder ที่ปรากฎในทุกหน้าเว็บของเรา ตัวอย่างเช่น footer ขั้นต่อมาเราจะทำการเพิ่ม footer ในหน้าเว็บของเรา  ให้เข้าไปที่ tutorial-project\mysite\templates เปิดไฟล์ base.html แล้วเพิ่มโค้ดด้านล่างนี้ใน html tag

<footer>
  {% static_placeholder 'footer' %}
</footer>
ทดลองเพิ่ม placeholder ใน  tutorial-project\mysite\templates\feature.html 
<div>
        {% placeholder "footer-content" %}
</div>
footer และ footer-content จะปรากฎออกมาดังรูป

เลือก menu มุมขวาบนของ footer-content เพิ่ม plug-in text


กลับมาที่ content mode จะเห็นข้อความที่เพิ่งสร้างใน footer-content



Rendering Menus
    เราเลือกใช้ munu จาก bootstrap ได้ถ้าตอนติดตั้งเราเลือกให้ติดตั้ง bootstrap ซึ่ง menu นี้อยู่ใน tutorial-project\mysite\templates\menu.html ตัวอย่างการใช้งานอยู่ใน
tutorial-project\mysite\templates\base.html โค้ดด้านล่างคือตัวอย่างการใช้งาน

<ul class="nav navbar-nav">
    {% show_menu 0 1 100 100 "menu.html" %}
</ul>
มีการเรียกใช้ library ชื่อ menu_tags

{% load menu_tags %}


ไม่มีความคิดเห็น :

แสดงความคิดเห็น