วันอังคารที่ 2 มกราคม พ.ศ. 2561
การติดตั้งโปรเจ็คบน server digital ocean
ในการติดตั้ง django cms นั้นจะอธิบายภาพรวมก่อนว่าจะใช้องค์ประกอบอะไรบ้าง สิ่งแรกนั้นคือ virtualenv ใช้สำหรับจัดการ library ของ python โดยสร้าง environment ขึ้นมาเพื่อติดตั้งแอป djnago cms ที่เราต้องการซึ่งเราจะรันแอปใน environment ที่เราสร้าง สิ่งต่อมาคือ nginx ใช้สำหรับจัดการเรื่องรัน server และเก็บ log file ส่วนต่อมาคือ gunicorn ใช้สำหรับสั่งรันแอปและ supervisor ใช้สำหรับจัดการเรื่องการรันคำสั่งในที่นี้จะนำมาใช้สั่งรันแอป รายละเอียดในแต่ละส่วนเป็นดังนี้
อัพเดตการติดตั้งของ ubuntu
sudo apt-get update
ติดตั้ง virtualenv
sudo apt-get install virtualenv
ใช้คำสั่งต่อไปในเพื่อสร้าง environment ของ python3
virtualenv -p python3 env_name
เปิดใช้งาน environment ด้วยคำสั่ง
source env_name/bin/activate
ติดตั้ง pip
sudo apt-get install python-pip
ติดตั้ง library python ที่จำเป็นของโปรเจ็คโดยนำ library ทั้งหมดใน
http://anounceprojectcpre55.blogspot.com/2016/10/library-python-pip.html มาสร้างเป็นไฟล์ requirement.txt จากนั้นใช้คำสั่งต่อไปนี้เพื่อติดตั้ง library ทั้งหมด
install pip requirement.txt
ติดตั้ง git
sudo apt-get install git
ดาวน์โหลดโปรเจ็คด้วยคำสั่ง
git clone https://bitbucket.org/phongyanon/announce_demo.git
ติดตั้ง nginx
sudo apt-get install nginx
เปิด service nginx
sudo /etc/init.d/nginx start
เปิดเว็บบราวเซอร์เข้า url ของ digital ocean จะได้ดังรูปด้านล่าง
pip install gunicorn
สร้างไฟล์ mysite_nginx.conf เพื่อตั้งค่าการรัน server
server {
listen 8000;
server_name 0.0.0.0;
charset utf-8;
# max upload size
#client_max_body_size 75M;
# Django media
location / {
include proxy_params;
proxy_pass http://unix:/path_to/announce_demo/mysite/mysite.sock;
#proxy_pass http://server_ip_address;
#proxy_read_timeout 300000;
}
location /media {
alias /path_to/announce_demo/media;
}
location /static {
alias /path_to/announce_demo/mysite/static;
}
}
ทดสอบไฟล์ mysite_nginx.conf ด้วยคำสั่งต่อไป
sudo nginx -t
ถ้าใช้งานได้จะได้ผลเป็นข้อความดังนี้
เข้าไปยังไดเรกทอรีโปรเจ็คแล้วรันคำสั่งต่อไปนี้เพื่อให้ nginx รู้ที่เก็บไฟล์ static
./manage.py collectstatic
ติดตั้ง supervisor
สร้างไฟล์ myproject.conf
ใช้คำสั่งต่อไปนี้เพื่อรันโปรเจ็ค
ใช้คำสั่งต่อไปนี้เพื่อบันทึก path ของไฟล์ log
ตรวจสอบสถานะการรันของโปรเจ็คถ้าใช้งานได้จะขึ้นคำว่า running
อัพเดตการติดตั้งของ ubuntu
sudo apt-get update
ติดตั้ง virtualenv
sudo apt-get install virtualenv
ใช้คำสั่งต่อไปในเพื่อสร้าง environment ของ python3
virtualenv -p python3 env_name
เปิดใช้งาน environment ด้วยคำสั่ง
source env_name/bin/activate
ติดตั้ง pip
sudo apt-get install python-pip
ติดตั้ง library python ที่จำเป็นของโปรเจ็คโดยนำ library ทั้งหมดใน
http://anounceprojectcpre55.blogspot.com/2016/10/library-python-pip.html มาสร้างเป็นไฟล์ requirement.txt จากนั้นใช้คำสั่งต่อไปนี้เพื่อติดตั้ง library ทั้งหมด
install pip requirement.txt
ติดตั้ง git
sudo apt-get install git
ดาวน์โหลดโปรเจ็คด้วยคำสั่ง
git clone https://bitbucket.org/phongyanon/announce_demo.git
ติดตั้ง nginx
sudo apt-get install nginx
เปิด service nginx
sudo /etc/init.d/nginx start
เปิดเว็บบราวเซอร์เข้า url ของ digital ocean จะได้ดังรูปด้านล่าง
รูปหน้าเว็บเมื่อเริ่มเปิดใช้งาน nginx
ติดตั้ง gunicornpip install gunicorn
สร้างไฟล์ mysite_nginx.conf เพื่อตั้งค่าการรัน server
server {
listen 8000;
server_name 0.0.0.0;
charset utf-8;
# max upload size
#client_max_body_size 75M;
# Django media
location / {
include proxy_params;
proxy_pass http://unix:/path_to/announce_demo/mysite/mysite.sock;
#proxy_pass http://server_ip_address;
#proxy_read_timeout 300000;
}
location /media {
alias /path_to/announce_demo/media;
}
location /static {
alias /path_to/announce_demo/mysite/static;
}
}
ใช้คำสั่งต่อไปในเพื่อเชื่อมไฟล์กับไดเรกทอรี่ของ nginx
sudo ln -s /etc/nginx/sites-available/myproject /etc/nginx/sites-enabled
sudo nginx -t
ถ้าใช้งานได้จะได้ผลเป็นข้อความดังนี้
nginx: the configuration file /etc/nginx/nginx.conf syntax is ok
nginx: configuration file /etc/nginx/nginx.conf test is successful
เข้าไปยังไดเรกทอรีโปรเจ็คแล้วรันคำสั่งต่อไปนี้เพื่อให้ nginx รู้ที่เก็บไฟล์ static
./manage.py collectstatic
ติดตั้ง supervisor
sudo apt-get install supervisor
สร้างไฟล์ myproject.conf
sudo nano /etc/supervisor/conf.d/myproject.conf
ใส่ข้อมูลของ myproject.conf ดังนี้
[program:myproject]
command=/path_to/env/bin/gunicorn --workers 3 --bind unix:/path_tp/announce_demo/mysite.sock mysite.wsgi
directory=/path_to/announce_demo
autostart=true
autorestart=true
stderr_logfile=/var/log/myproject.err.log
stdout_logfile=/var/log/myproject.out.log
ใช้คำสั่งต่อไปนี้เพื่อรันโปรเจ็ค
sudo supervisorctl start myproject
ใช้คำสั่งต่อไปนี้เพื่อบันทึก path ของไฟล์ log
sudo supervisorctl reread sudo supervisorctl update
ตรวจสอบสถานะการรันของโปรเจ็คถ้าใช้งานได้จะขึ้นคำว่า running
sudo supervisorctl status myproject
ทดลองเปิดเว็บบราวเซอร์ถ้าขึ้นหน้าเว้บของโปรเจ็คตามปกติแสดงว่าใช้งานได้
รูปหน้าเว็บโปรเจ็คที่ทำงานบน cloud
เอกสารอ้างอิง
http://rahmonov.me/posts/run-a-django-app-with-gunicorn-in-ubuntu-16-04/
วันอาทิตย์ที่ 24 ธันวาคม พ.ศ. 2560
เริ่มต้นใช้ cloud ของ digital ocean
ในหัวข้อนี้จะเสนอวิธีการนำ django framework มา deploy ขึ้น cloud ของ digital ocean โดยในส่วนแรกจะอธิบายถึงการเริ่มต้นใช้งาน digital ocean จากนั้นเรื่องการติดตั้งและเปิดใช้งานโปรเจ็คที่เรา deploy ขึ้น cloud
รูปหน้าแรกของเว็บ digital ocean
ขั้นแรกให้เราสมัครใช้งาน digital ocean โดยการใช้งานจะมีแบบใช้งานฟรีโดยใช้รหัสสำหรับใช้งานฟรีตามเวลาที่กำหนดกับใช้งานแบบมีค่าใช้จ่ายซึ่งมีช่องทางในการชำระค่าบริการด้วย paypal จากนั้นให้ทำการสร้าง droplets ซึ่งมันคือ 1 โฮสต์ที่เราได้ทำการเช่าจาก digital ocean เมื่อคลิกสร้างแล้ว ให้เลือก os ที่ต้องการติดตั้ง ความจุของหน่วยความจำที่ใช้ซึ่งเป็นสเป็คของคอมที่ต้องกาารใช้นั่นเอง ในที่นี้ได้เลือกใช้ ubuntu 16.04 LTS และคอมพิวเตอร์ RAM 512 MB, SSD disk 20 GB, 1000 GB Transfer
รูปการกดปุ่มสร้าง droplets
รูปการเลือก os และสเป็คของ droplets
รูปการเลือกที่ตั้ง server ของ droplets
รูปการเพิ่ม ssh keys และตั้งชื่อ droplets
สำหรับเรื่องการเพิ่ม ssh keys คือการสร้าง keys ไว้สำหรับ remote เข้า droplets เพื่อที่จะได้เข้าไปติดตั้งโปรเจ็คได้ด้วย ssh ถ้าใช้ os ที่เป็น windows กับ ubuntu จะมีวิธีในการสร้าง keys ที่แตกต่างกัน วิธีการสร้าง keys ของ windows เป็นดังนี้
1. ดาวน์โหลดและติดตั้งโปรแกรม Putty Keys Generators
2. เปิดโปแกรมจะมีหน้าต่างดังนี้ ให้คลิกปุ่ม generate เพื่อสร้าง keys จากนั้นจะมีปุ่ม save public keys และปุ่ม save private keys ให้เรากดทั้งสองปุ่ม โดย private keys ให้บันทึกเป็นไฟล์นามสกุล .ppk ส่วน public keys ให้บันทึกเป็นไฟล์ .txt
รูปโปรแกรม putty keys genertors
3. คัดลอกข้อมูล keys ไปใส่ในหน้า add new ssh keys ที่ใช้สร้าง droplets
รูปหน้าสำหรับใส่ ssh keys ของ droplets
สำหรับผู้ใช้งาน ubuntu ให้สร้าง ssh keys ดังวิธีการต่อไปนี้
1. เปิดหน้าต่าง terminal แล้วใช่คำสั่ง ssh-keygen -t rsa
2. จากนั้น keys ที่ได้จะอยู่ใน /.ssh/id_rsa.pub
3. ให้คัดลอก keys ที่ได้ไปใส่ในหน้า add new ssh keys
หลังจากสร้าง droplets แล้วจะเป็นหน้าดังต่อไปนี้ คือมีข้อมูลของ droplets ที่ถูกสร้างซึ่งมีข้อมูล ip address อยู่ที่จะนำไปใช้ในการ remote เข้า droplets ได้
รูปแสดง droplets ที่ถูกสร้าง
วิธีการ ssh เข้า droplets ของ os windows ด้วยโปรแกรม putty
1. ดาวน์โหลดและติดตั้งโปรแกรม putty
2. ตั้งค่าโปรแกรมใส่ ip address เลือก port 22 และ connection type เป็น ssh
รูปหน้าต่าง putty สำหรับใส่ข้อมูล ip address
3. ในแถบ Category เลือก connection หัวข้อ data จากนั้นให้ชื่อ Auto login username เป็น root
รูปหน้าสำหรับใส่ชื่อ auto login username
4. ในแถบ Category เลือก connection หัวข้อ ssh และเลือกที่หัวข้อ Auth จะมีช่องข้อมูลสำหรับ browse ไฟล์ ssh keys ที่ได้ทำการสร้างไว้ก่อนหน้านี้
รูปหน้าที่ใช้ browse ไฟล์ ssh keys
5. กลับมายังหน้าแรกซึ่งอยู่ใน Category session ให้ตั้งชื่อ Saved Sessions โดยตั้งชื่ออะไรก็ได้ที่เราต้องการจากนั้นคลิก save ซึ่งจะบันทึกการตั้งค่านี้ไว้ จากนั้นคลิก open เพื่อเชื่อมต่อกับ droplets
รูปหน้าที่ใช้ใส่ ip address และ saved sessions
6. ถ้า ssh สำเร็จเป็นมีหน้าต่างดังรูปด้านล่างนี้ปรากฎขึ้นมา
รูปหน้าต่าง command หลังจาก ssh
วิธีการ ssh เข้า droplets ของ os ubuntu
1. เปิดหน้าต่าง terminal ขึ้นมาแล้วพิมพ์คำสั่ง
cat ~/.ssh/id_rsa.pub | ssh root@[your.ip.address.here] "cat >> ~/.ssh/authorized_keys"
คำสั่งนี้จะใช้ส่ง keys ไปยัง droplets ที่จะทำการ ssh
2. ใช้คำสั่ง ssh root@[your.ip.address.here]
วันศุกร์ที่ 3 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2560
ความคืบหน้าวันที่ 3/2/2560
การติดตั้งใช้งานใน server มีปัญหาเกิดปัญหาลง pip library ไม่ครบทำให้ไม่สามารถใช้งานได้ ให้ทำการติดตั้ง firefox เวอร์ชัน 46.0.1 จึงจะสามารถใช้งานได้ ส่วนแถบในการแสดงข้อความมีการแสดงที่ผิดปกติโดยแถบเวลาตกขอบ ส่วนเรื่องเนื้อหารูปเล่มปุ่มในหน้าเว็บให้พิมพ์ภาษาอังกฤษไปได้เลยเพื่อไม่ให้เกิดการสับสนของเนื้อหา
1. การใช้งาน web driver selenium ให้ติดตั้ง firefox version 46.0.1 ดูการติดตั้งได้ที่ http://www.askmetutorials.com/2016/04/install-firefox-46-on-ubuntu-1604-1404.html
2. การแสดงแถบเวลาในหน้าจอขนาดเล็กพบว่าแถบเวลาตกขอบให้ลอง set col-xs ไปด้วย
3. แก้ปุ่ม programs เป็น play list
4. ระบุไฟล์บน Front-end สำหรับแก้ไขและพัฒนาต่อ
5. ทำเอกสารสอนการใช้งาน
1. การใช้งาน web driver selenium ให้ติดตั้ง firefox version 46.0.1 ดูการติดตั้งได้ที่ http://www.askmetutorials.com/2016/04/install-firefox-46-on-ubuntu-1604-1404.html
2. การแสดงแถบเวลาในหน้าจอขนาดเล็กพบว่าแถบเวลาตกขอบให้ลอง set col-xs ไปด้วย
3. แก้ปุ่ม programs เป็น play list
4. ระบุไฟล์บน Front-end สำหรับแก้ไขและพัฒนาต่อ
5. ทำเอกสารสอนการใช้งาน
วันพฤหัสบดีที่ 19 มกราคม พ.ศ. 2560
ข้อเสนอแนะจากกรรมการ
ข้อเสนอแนะจากกรรมการ
- การทำ load balance ของ server สมมติให้มี server ตัวหนึ่งเป็น master สำหรับเก็บข้อมูลและแยกอีก server มาใช้สำหรับแก้ไข ในกรณีที่ client ติดต่อ server ตัวหนึ่งไม่ได้ก็ให้ลองติดต่ออีก server หนึ่งแทน
- การเปิดปิด Raspberry pi 2 ในตอนที่หยุดใช้งาน แนะนำ 2 เทคนิค คือ sleep mode และปลุกให้ตื่นตอนถึงเวลาใช้งาน อีกเทคนิคคือการตั้งเวลาปิดเครื่องแล้วใช้อุปกรณ์อื่นๆมาช่วยเปิดตามเวลา
- การระบุตัวตนจากเดิมใช้ client ระบุตอนเองแล้วมาขอ content ด้วย url มายัง server ให้เปลี่ยนมาเป็นทาง server ตรวจสอบ mac address ของ client ที่ติดต่อเข้ามาแล้วส่ง content สำหรับ client นั้นๆกลับไป
- สร้างไฟล์ install สำหรับ deploy
- การทำ load balance ของ server สมมติให้มี server ตัวหนึ่งเป็น master สำหรับเก็บข้อมูลและแยกอีก server มาใช้สำหรับแก้ไข ในกรณีที่ client ติดต่อ server ตัวหนึ่งไม่ได้ก็ให้ลองติดต่ออีก server หนึ่งแทน
- การเปิดปิด Raspberry pi 2 ในตอนที่หยุดใช้งาน แนะนำ 2 เทคนิค คือ sleep mode และปลุกให้ตื่นตอนถึงเวลาใช้งาน อีกเทคนิคคือการตั้งเวลาปิดเครื่องแล้วใช้อุปกรณ์อื่นๆมาช่วยเปิดตามเวลา
- การระบุตัวตนจากเดิมใช้ client ระบุตอนเองแล้วมาขอ content ด้วย url มายัง server ให้เปลี่ยนมาเป็นทาง server ตรวจสอบ mac address ของ client ที่ติดต่อเข้ามาแล้วส่ง content สำหรับ client นั้นๆกลับไป
- สร้างไฟล์ install สำหรับ deploy
วันพฤหัสบดีที่ 5 มกราคม พ.ศ. 2560
Adviser meeting 6/1/2560
สิ่งที่ดำเนินการไปแล้ว
1. แก้ไข slide
สิ่งที่จะดำเนินการต่อ
1. วัดอุณหภูมิการใช้งานนอกห้อง
2. ลบหน้า 7
3. หน้า 8 มีผู้ใช้งาน 3 ประเภท
4. ใส่หัวข้อของวีดิโอที่จะอธิบาย
5. ใส่ขนาดแบนด์วิธที่เหมาะสม
6. plot กราฟให้พอดี slide
7. ใช้ตัวย่อ C แทนองศาเซลเซียส
8. % การใช้ cpu น่าใส่เป็นกราฟหรือตาราง
9. ใส่การทดลองวีดิโอ full HD
10. หัวข้อที่ 4 เปลี่ยนเป็นการทดสอบใช้งานแทนใช้งานจริง
11. หัวข้อที่ 3 เปลี่ยนเป็นตัวอย่างการใช้งาน
12. ทดลองนำเสนอโปรเจ็ค
1. แก้ไข slide
สิ่งที่จะดำเนินการต่อ
4. ใส่หัวข้อของวีดิโอที่จะอธิบาย
6. plot กราฟให้พอดี slide
8. % การใช้ cpu น่าใส่เป็นกราฟหรือตาราง
9. ใส่การทดลองวีดิโอ full HD
12. ทดลองนำเสนอโปรเจ็ค
วันพุธที่ 4 มกราคม พ.ศ. 2560
Adviser meeting 5/1/2560
สิ่งที่ดำเนินการไปแล้ว
1. อัพเดตรายงานบทที่ 3
2. อัพเดตรายงานบทที่ 4
3. slide ในการนำเสนอ
วันพฤหัสบดีที่ 29 ธันวาคม พ.ศ. 2559
ทดสอบใช้งานจริงวันที่ 28/12/2559
จากการทดสอบจากการสังเกต cpu process เมื่อแต่ละ Raspberry pi กำลังเล่นข่าวประเภทวีดิโออยู่ พบว่าวีดิโอที่ทดสอบนั้นมีความละเอียดอยู่ที่ 720p ในระหว่างการทดสอบวันที่ 27/12/2559 พบว่าวีดิโอความคมชัดเดียวกันนี้มีอาการค้าง แต่ในระหว่างการทดสอบใช้งานจริงยังสามารถเล่นวีดิโอ 720p พร้อมกันได้ จึงเป็นที่มาของการทดลองในวันนี้
ทดสอบติดตั้ง system monitor บน Raspbian
- พบว่าในหน้าจอที่ 5 นั้นที่ใช้ os Raspbian เมื่อได้ติดตั้งโปรแกรม system monitor ที่ใช้สำหรับดูการใช้ทรัพยากรต่างๆของ Raspberry pi ขณะใช้งานนั้น พอเปิดใช้งานดูพบว่าในขณะใช้งานมีการใช้งาน cpu process เพิ่มขึ้นเป็น 10-15% จากการใช้งานโปรแกรมนี้เพียงโปรแกรมเดียว พอปิดโปรแกรมนี้การใช้งาน cpu ก็กลับมาอยู่ที่ 0-4% ส่วนในหน้าจอที่ 4 นั้นใช้ os Ubuntu mate ได้มีการติดตั้งโปรแกรม system monitor ไว้อยู่แล้ว ขณะเปิดโปรแกรมนี้มีการใช้ cpu process ถึง 45- 50% พอปิดโปรแกรมนี้ cpu process ก็ลดลงเหลือ 0-5%
- ทดลองให้ทั้งหน้าจอที่ 4 และ 5 เล่นไฟล์วีดิโอความคมชัด 720p พร้อมกันแล้วดูการใช้งาน cpu เปรียบเทียบกันโดยเปิดแถบการแสดงเปอร์เซ็นการใช้งาน cpu โดยไม่ได้เปิดโปรแกรม system monitor ที่จะทำให้เปอร์เซ็นการใช้งาน cpu มากขึ้น ผลการทดลองเมื่อเล่นไฟล์วีดิโอความคมชัด 720p นั้นในหน้าจอที่ 4 มีการใช้งาน cpu เฉลี่ยถึง 90% มีอาการกระตุกเป็นบางครั้ง ส่วนหน้าจอที่ 5 มีการใช้งาน cpu เฉลี่ย 51-53%
- ทดลองให้หน้าจอที่ 4 และ 5 เล่นวีดิโอความคมชัด 1080p พร้อมกันในหน้าจอที่ 4 มีการใช้ cpu ถึง 100% แล้วการเล่นวีดิโอก็ค้างไปเลย ส่วนหน้าจอที่ 5 สามารถเล่นไฟล์วีดิโอได้มีการใช้งาน cpu เฉลี่ย 50 - 55%
- ทดลองให้หน้าจอที่ 4 และ 5 เล่นวีดิโอจาก youtube ในหน้าจอที่ 4 และ 5 มีอาการกระตุกเหมือนกันแต่ในหน้าจอที่ 5 มีอาการกระตุกน้อยกว่า ในหน้าจอที 4 มีการใช้งาน cpu เฉลี่ย 80 -95% ส่วนในหน้าจอที่ 5 มีการใช้งานเฉลี่ย 65-80%
จากผลการทดลองพบว่าการใช้ OS Raspbian เล่นข่าวประเภทวีดิโอได้มีประสิทธิภาพมากกว่า Ubuntu mate
ทดสอบติดตั้ง system monitor บน Raspbian
- พบว่าในหน้าจอที่ 5 นั้นที่ใช้ os Raspbian เมื่อได้ติดตั้งโปรแกรม system monitor ที่ใช้สำหรับดูการใช้ทรัพยากรต่างๆของ Raspberry pi ขณะใช้งานนั้น พอเปิดใช้งานดูพบว่าในขณะใช้งานมีการใช้งาน cpu process เพิ่มขึ้นเป็น 10-15% จากการใช้งานโปรแกรมนี้เพียงโปรแกรมเดียว พอปิดโปรแกรมนี้การใช้งาน cpu ก็กลับมาอยู่ที่ 0-4% ส่วนในหน้าจอที่ 4 นั้นใช้ os Ubuntu mate ได้มีการติดตั้งโปรแกรม system monitor ไว้อยู่แล้ว ขณะเปิดโปรแกรมนี้มีการใช้ cpu process ถึง 45- 50% พอปิดโปรแกรมนี้ cpu process ก็ลดลงเหลือ 0-5%
- ทดลองให้ทั้งหน้าจอที่ 4 และ 5 เล่นไฟล์วีดิโอความคมชัด 720p พร้อมกันแล้วดูการใช้งาน cpu เปรียบเทียบกันโดยเปิดแถบการแสดงเปอร์เซ็นการใช้งาน cpu โดยไม่ได้เปิดโปรแกรม system monitor ที่จะทำให้เปอร์เซ็นการใช้งาน cpu มากขึ้น ผลการทดลองเมื่อเล่นไฟล์วีดิโอความคมชัด 720p นั้นในหน้าจอที่ 4 มีการใช้งาน cpu เฉลี่ยถึง 90% มีอาการกระตุกเป็นบางครั้ง ส่วนหน้าจอที่ 5 มีการใช้งาน cpu เฉลี่ย 51-53%
- ทดลองให้หน้าจอที่ 4 และ 5 เล่นวีดิโอความคมชัด 1080p พร้อมกันในหน้าจอที่ 4 มีการใช้ cpu ถึง 100% แล้วการเล่นวีดิโอก็ค้างไปเลย ส่วนหน้าจอที่ 5 สามารถเล่นไฟล์วีดิโอได้มีการใช้งาน cpu เฉลี่ย 50 - 55%
- ทดลองให้หน้าจอที่ 4 และ 5 เล่นวีดิโอจาก youtube ในหน้าจอที่ 4 และ 5 มีอาการกระตุกเหมือนกันแต่ในหน้าจอที่ 5 มีอาการกระตุกน้อยกว่า ในหน้าจอที 4 มีการใช้งาน cpu เฉลี่ย 80 -95% ส่วนในหน้าจอที่ 5 มีการใช้งานเฉลี่ย 65-80%
จากผลการทดลองพบว่าการใช้ OS Raspbian เล่นข่าวประเภทวีดิโอได้มีประสิทธิภาพมากกว่า Ubuntu mate
สมัครสมาชิก:
บทความ
(
Atom
)